วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

1 อาทิตย์กับปฏิบัติการลารอยดำ รอยแดง ลาขาดทุกชาติภพด้วยงบไม่ถึง 50 บาท !!

1 อาทิตย์กับปฏิบัติการลารอยดำ รอยแดง ลาขาดทุกชาติภพด้วยงบไม่ถึง 50 บาท !!


หลายคนคงมีปัญหารอยแผลเป็น รอยดำ รอยแดงจากสิว อยู่บนใบหน้าเป็นเพื่อนคู่ทุกข์ตู่ยากกับหนังหน้าเรามาช้านาน
บทจะเกิดพอสิวหาย 2-3 วันก็เป็นจ้ำแดงๆขึ้นมาเสียอย่างงั้น หาสารพัดครีมดีมาไล่ก็ยากไปเย็น อยู่กันยาวหลายเดือน บางคนก็เป็นปี


เพ้อมาเยอะล่ะ 5555 ส่วนตัว จขทก.ไม่ค่อยมีสิวนะค่ะ นานๆขึ้นที แต่ด้วยนิสัยเสียๆที่พอเห็นอะไรผิดปกติบนหน้าหน่อยก็จะชอบแกะๆเกาๆ จากเม็ดเล็กๆบีบไปบีบมาก็เป็นแผลใหญ่ ก็หาสารพัดครีมสารพัดวิธี วนเวียนหาข้อมูลที่คนอื่นเอามารีวิว จากหลายเว็บดัง ก็ลองตามเค้าไปหมด และนิสัยที่ไม่ดีอีกอย่างคือ ใจร้อน อยากให้มันหายซ่ะวันนี้พรุ่งนี้ อยากเห็นผลตั้งแต่วินาทีแรกที่บรรจงแปะครีมลงไปเหมือนอย่างในโฆษณา ครีมบางตัวแรงๆ ใช้เยอะจนหน้าแหกไปทีก็มีเหมือนกัน เรื่องครีมจำแพกลดรอยดำรอยแดงก็ลองมาแทบทุกยี่ห้อ เร็วหน่อยก็ 4 สัปดาห๋เห็นผล ((*เห็นผลในที่นี้คือ จางลงนิสสนึง)) ช้าหน่อยก็ 4 เดือน 
เม่าโกรธ มัน ม่าย หล้าย หล่าง จาย เลย เจงๆ


แต่!!!! 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ช่วงเวลาที่แสนเงียบเหงา มีเวลานั่งมองกระจกทั้งวัน ก็เกิดไม่สบอารมณ์กับจุดดำแดงๆ 4-5 บนหนังหน้า ประกอบกับเมื่อ ต้นเดือน ส.ค. ผ่านมาไปเลเซอร์กำจัดขี้แมลงวันมา 3 จุดเล็กๆ  ใช้ครีม ยี่ห้อหนึ่งที่ขายในเซเว่นมานานพอสมควรก็ยังไม่ปรากฏเห็นผล

ก็เคยมาค้นๆคุ้ยๆ แถวเว็บนู้นเว็บนี้ที่ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาว่า หอมแดง ช่วยลดรอยสิวได้  คิดว่าหลายคนก็คงรู้แล้ว และในจำนวนคนที่รู้แล้วก็จะมีทั้งคนที่เคยทำแล้วหรือ รู้เฉยๆแต่ยังไม่ได้ลองทำ จากสถิติที่หาเจอในเว็บไซต์ต่างๆ บอกว่า
หอมแดงกับกระเทียมช่วยรักษารอยดำกับสิวอักเสบได้ คนที่ลองทำส่วนมากจะได้ผล ถ้าให้คิดเป็นเปอร์เซนต์ก็จะมีแค่ 20% เท่านั้น ที่มารีวิวว่าหน้าแหก !! และสาเหตที่มันแหกก็เพราะแปะเอาไว้นานเกินไป.....

อืม.......คิดในใจ ((หน้าชั้นก็แหกยากซะด้วยสิ หนาน้อยเสียเมื่อไหร่ )) ทำจ้า จัดไปเลย....
วันแรกที่ทำก็เป็นสูตร classic ที่แค่ฝานหอมแดง(ลองหอมแดงก่อนคนรีวิวเยอะกว่ากระเทียม)เป็นแผ่นบางๆแล้วแปะเอาไว้ที่รอยแดงเลย  แล้วมันก็...แสบตา!!  เม่าโศกเม่าโศก ทนได้เพื่อความงาม อยากร้อง ร้องไป แต่อุปสรรค ก็มาอีก มันลุกไปไหนไม่ได้ พอลุกไปไอ้แปะไว้ก็หลุดหมด ลำบากลำบน นักแต่ชักเห็นผล มันเหมือนจะจางนะ

เมื่อประทับใจสรรคุณกันไปแล้วแต่วิธีใช้มันลำบาก จขทก.เลยแปรรูปให้ใช้ง่ายกว่าเดิมด้วยวัตถุดิบ ดังนี้
1.หอมแดง 2 หัว
2.กระเทียม 1 กลีบ
3.แผ่นมาร์กหน้าราคาถูกๆ เราซื้อยี้ห้อนางฟ้าราคา 15 บาท จะใช้ก่อนให้น้ำมันแห้งเหลือแต่ผ้าก็ได้นะ หรือจะใช้รวมกันไปทีเดียวเลยก็ได้ แต่ จขกท. ใช้ใปก่อนทีนึงแล้วเก็บเข้าตู้เย็นไว้ อิอิ
4.มะนาว 1 ลูก
5.ครกกับสาก อันนี้ไม่ต้องซื้อใหม่นะเดี๋ยวเกินงบ แต่ต้องล้างให้สะอาดมากๆเลยนะครับ

เมื่อวัตถุดิบครบก็ลงมือทำกันเลย
ใส่แผ่นมาร์กลงไปในครกในลักษณะคลี่ออกกางรองก้นครกไว้ ปอกหอมแดงกับกระเทียมล้างให้สะอาดแล้วใส่ลงไปตำเลย บีบน้ำมะนาวลงไปด้วย จุดประสงค์ก็คือให้มาร์กชุ่มไปด้วยน้ำจากกระเทียมหอมแดง และก็มะนาวถ้าแผ่นมากใครไม่ชุ่ม หรือใครกลัวว่ามันจะแรงไปก็เติมน้ำเปล่าลงไปได้นะ แต่ จขทก.ไม่ได้เติม ชุ่มแล้ว เม่าหอยทาก เลยเขี่ยๆเศษหอมกระเทียมทั้งหลายออกจากมาร์ก แล้วเอามาแปะหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที ทำแบบนี้ทุกวันมา 1 สัปดาห์แล้ว ตอนนี้ใสมาก บอกเลย 5555 นางพญาเม่า

รอยจางลงมากๆๆ แค่ทาครีมกันแดดแบบเบสสีเขียวที่ไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรมาก บางๆ กับแป้งฝุ่น เอาอยู่มาก ณ จุดนี้

ไม่ได้ถ่ายรูปวิธีทำไว้ เพราะไม่ได้คิดว่าจะได้ผลจนอยากเอามาบอกต่อ รูป Before ก็มีแค่ตอนแปะหอมปิดรอยแผลไว้พอดี ส่วน after ถ่ายให้ดูได้ค่ะ ถ้าใครอยากดูรูปรบกวนหลัง

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิธีรักษาฝ้า และยารักษาฝ้าที่น่าสนใจ

วิธีรักษาฝ้า และยารักษาฝ้าที่น่าสนใจ


     ปัญหาผิวหน้าซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่พบกันจำนวนมาก คือ เรื่องปัญหาของฝ้า ฝ้าจะเห็นเป็นลักษณะของผื่นสีน้ำตาลบนใบหน้า โดยบริเวณที่จะพบมากคือบริเวณโหนกแก้ม ปลายจมูก หน้าผาก เพราะเป็นบริเวณที่ที่สัมผัสแสงแดดได้มากที่สุดบนใบหน้า ฝ้าจะพบในผู้หญิงส่วนใหญ่มากกว่าผู้ชายโดยเฉพาะผู้หญฺงที่มีอายุ 30-40 ปีขึ้นไปจะพบว่าเป็นฝ้าในปริมาณที่ค่อนข้างมากกว่าช่วงอายุอื่น

วิธีรักษาฝ้า และยารักษาฝ้า
วิธีรักษาฝ้า และยารักษาฝ้า : พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด 
 
 
สาเหตุของการเกิดฝ้า 

โดยหลักแล้วสาเหตุของการเกิดฝ้ามีอยู่ไม่กี่ประการ

1. แสงแดด แสงแดดไปกระตุ้นเม็ดสีหรือเมลานีนที่อยู่ใต้ผิวหนังให้มีการสร้างเม็ดสีให้มากขึ้น ทำให้บริเวณใบหน้าที่ถูกแสงแดดมากมีเม็ดสีหรือเมลานีนที่เข้มขึ้น บริเวณนั้นจึงมีผื่นสีน้ำตาลขึ้นมากกว่าบริเวณอื่นรอบข้างจึงเกิดเป็นฝ้าขึ้น
 
2. ฮอร์โมน สำหรับผู้หญฺงบางท่านที่เคยตั้งครรภ์ ช่วงที่ตั้งครรภ์บางจะสังเกตได้ว่าฮอร์โมนในร่างกายมีการปรับตัว เนื่องจากสภาวะฮอร์โมนที่สูงมีการปรับเปลี่ยนทำให้ในบางรายมีฝ้าเกิดขึ้นได้
 
3. ยา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาคุมกำเนิด ยาฉีด ยาฝัง สิ่งเหล่านี้ที่เกี่ยวข้องทำให้ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงทำให้อาจจะเป็นมากขึ้นหรือทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้  ซึ่งสาเหตุเหล่านี้บางสาเหตุเราสามารถหลีกเลี่ยงได้
 
 
วิธีรักษาฝ้า และยารักษาฝ้า
 วิธีรักษาฝ้า และยารักษาฝ้า : ผลิตภัณฑ์รักษาฝ้า
 

วิธีรักษาฝ้า

 
    ในเรื่องของวิธีรักษาฝ้า มีทั้งเรื่องของการป้องกันและการรักษาร่วมด้วยกันเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาฝ้าบนผิวหน้าของเรา การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำโดยเฉพาะแสงแดด ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า ฉะนั้นการป้องกันปัญหาฝ้าอันดับแรกที่ง่ายที่สุดคือหลีกเลี่ยงแสงแดดแต่คงเป็นไปได้ยากเพราะเราคงไม่ได้อยู่แต่ในบ้านอย่างเดียว แต่ถ้าผู้หญฺงหรือผู้ชายบางท่านที่จำเป็นต้องออกนอกบ้าน ก็ให้ใช้สิ่งป้องกันเป็นครีมกันแดด ซึ่งแบ่งหลักๆเป็น 2 ประเภท

1. ฟิสิคอล ซันสกรีน (Physical Sunscreens) เป็นครีมกันแดดที่ให้หลักการของการสะท้อนแสงแดด ทำหน้าที่คล้ายกระจกเงา ทำหน้าที่สะท้อนแสงแดดเหมือนตกกระทบและสะท้อนออกไป  

2. เคมิคอล ซันสกรีน (Chemical Sunscreens) เมื่อถูกแสงแดดกระทบแล้วจะไม่สะท้อนกลับ แต่เปลี่ยนรูปแบบของแสงแดดชนิดนั้นให้เป็นความยาวคลื่นที่ไม่เป็นอันตรายกับผิวหนังของเรา  ครีมกันแดดก็มีด้วยกันอยู่หลายประเภทในการคัดเลือกซึ่งที่เราคุ้นเคยและได้ยินกันคือเรื่องของค่า SPF(Sun Protection Factor) สำหรับรายที่เป็นฝ้าแนะนำให้ใช้เป็นมีค่า SPF ที่มากกว่า 15 ขึ้นไปหรือสูงสุดคือ 60

ยารักษาฝ้า


     ตัวยาในการรักษาฝ้ามีด้วยกันอยู่หลายชนิดไม่ว่าจะเป็นยาทา ยารับประทาน หรือยาฉีด

Hydroquinone - ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในสมัยก่อน กลไกการทำงานของยาชนิดนี้จะเข้าไปลดการสร้างเม็ดสีหรือเมลานีนที่อยู่ภ่ยใต้ผิวหนังให้น้อยลง
 
Steroid - ยาชนิดนี้จะทำหน้าที่เข้าไปยับยั้งเม็ดสีเข้าเซลล์ผิวหนังให้น้อยลง
 
 
ยารักษาฝ้า
 การกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวในการรักษาฝ้า
 
 
     แต่ยา 2 ชนิดนี้มีผลข้างเคียงค่อนข้างมากโดยเฉพาะ Hydroquinone ซึ่งตรวจพบผลข้างเคียงที่ทำให้เซลล์เม็ดสีตรงบริเวณนั้นหยุดทำงาน  จึงกลายเป็นด่างขาวหรือดำผิดปกติไปเลยซึ่งทำให้แก้ไขได้ยากกว่าเดิมที่เป็นฝ้าจึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง  อาจจะไม่ควรใช้เลย  แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรอยู่ในวิจารณญาณหรือการควบคุมดูแลของแพทย์เท่านั้นSteroid ก็มีผลข้างเคียงไม่น้อยกว่ากัน เมื่อใช้ไปนานส่งผลให้ผิวบางลงมีเส้นเลือดสีแดงขึ้นมา หรืออาจเกิดสิวในบริเวณนั้น
 
    อีกกลุ่มหนึ่งที่ช่วยเรื่องของการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เช่น อนุพันธ์วิตามิน A หรือเป็นกลุ่มของ AHA กรดผลไม้ จะช่วยเรื่องของการผลัดเซลล์ผิวทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงได้ และอีกกลุ่มหนึ่งที่รวมทั้ง 3 กลุ่มไว้ด้วยกัน คือ เรื่องของการผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดเม็ดสีและช่วยทำให้เม็ดสีเข้าไปในผิวหนังได้น้อยลง และจะมีอีกหลายๆสูตรที่นำมาปรับเพื่อให้มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ผลการรักษาดีที่สุด และกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด  มีผลข้างเคียงน้อยและเห็นผลชัดเจนเป็นกลุ่มที่ทำงานโดยการลดเอนไซม์ที่จะไปสร้างเม็ดสีซึ่งหลายๆตัว  ถูกพัฒนาให้มเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด แต่เห็นผลมากที่สุด เช่น อาบูติน หรือ โคจิก วิตามินซีกลูตาไธโอน ซึ่งรายละเอียดจะแนะนำในตอนถัดไป
 
 

วิธีรักษาฝ้าด้วยวิธีรักษาแบบธรรมชาติ-เพิ่มเติม

     ฝ้า เกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี ซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้าสร้างเม็ดสีเมลานินออกมามากผิดปกติ และส่งเม็ดสีให้เซลล์ผิวหนังด้านบนเป็นจำนวนมากกว่าปกติด้วยสาเหตุของความ ผิดปกติ จนเป็นที่มาของฝ้ามีอยู่หลายปัจจัย แต่หลัก ๆ คือ แสงแดดและการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยาคุมกำเนิดสตรีที่ตั้งครรภ์ อยู่ในวัยหมดประจำเดือนหรือผู้ที่ได้รับยาฮอร์โมนทดแทน แม้แต่การใช้เครื่องสำอางบางชนิดที่มีฮอร์โมนผสมอยู่ ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดฝ้าได้ทั้งนั้น รวมถึงพันธุกรรมด้วย คนในครอบครัวเดี่ยวกัน มีโอกาศเป็นฝ้าเหมือน ๆ กันได้มาก

       ฝ้าที่เกิดขึ้นแล้ว มักจะต้องใช้เวลานานกว่าจะกำจัดออกไปได้ แถมยังต้องอาศัยความเอาใจใส่ดูแลอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องด้วยทางที่ดีที่ สุด จึงควรป้องกันก่อนจะเกิดฝ้า

       หรือคนที่เป็นฝ้าแล้วก็ป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงการถูก แสง แดดในเวลา 10.00-15.00 ซึ่งเป็นช่วงที่แดดจัดมาก ๆ ที่ขาดไม่ได้คือการใช้ครัมกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) สูงมากกว่า 15 ขึ้นไปและควรเป็นชนิดที่ป้องกันได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี สำหรับคนที่เป็ฯฝ้าไปแล้วมีสูตรยาแก้ฝ้าแบบธรรมชาติมาให้รักษากัน แต่ควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จึงจะช่วยให้ฝ้าจางลงได้

    วิธีรักษาฝ้าสูตรที่ 1 ใช้หัวผักกาดหั่นเป็นแว่นบางๆ ทาถูบริเวณที่เป็นฝ้าให้ทั่วประมาณ 5 นาที แล้วล้างออก ทำวันละสองครั้ง เช้า-เย็น ฝ้าจะจางไปภายใน 10 วัน

    วิธีรักษาฝ้าสูตรที่ 2 ใช้ไข่ขาวดิบโดยเฉพาะตรงบริเวณรอบไข่แดงยิ่งดี นำมาทาหน้าวันละครั้ง ครั้งละ 5 นาที แล้วจึงล้างออกไข่ขาวเมื่อแห้งจะดูดเอาสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามหน้าออกได้ดี

    วิธีรักษาฝ้าสูตรที่ 3 ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาให้ทั่วใบหน้าโดยไม่ต้องล้างออก เพราะเมือกจะแห้งไปเองภายใน 5-10 นาที ทำวันละสองครั้งตอนเช้าและก่อนนอน

    วิธีรักษาฝ้าสูตรที่ 4 ฝานแตงกว่าเป็นแว่นบาง ๆ แปะบนใบหน้าทิ้งไว้ักครู่จึงแกะออก ทำก่อนนอนจะช่วยให้รู้สึกสบายผิวหน้ามาก 
 

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บอกลา รูขุมขนกว้าง ด้วยวิธีสุดง่ายแค่ 5 ข้อ

บอกลา รูขุมขนกว้าง ด้วยวิธีสุดง่ายแค่ 5 ข้อ


เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทยที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย เราจึงนำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้าไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะ
young girl washes with clean water
1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป การล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้
2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ
iStock_000036201186_Small
3.เบคกิ้งโซดา
เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้
4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง
Cosmetician make mask. Facial massage.
5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปรไบโอติก ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

โพสนี้ผมจะมาบอก....

โพสนี้ผมจะมาบอก....

วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ
1.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารมันเพื่อป้องกันสิว เลือกทานอาหาร ผลไม้ หรือผักหลากสี เพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารอย่างครบถ้วน

2.ออกกำลังกายเป็นประจำและพักผ่อนให้เพียงพอ หลังจากการนั่งทำงานในออฟฟิตนานๆทำให้ร่างกายอ่อนล้า การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย น่าตาผิวพรรณเปล่งปลั่ง ควรออกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งต่อเนื่องครั้งละ 30 นาที รับรองว่าไม่ใช่แค่ผิวหน้าที่จะใสขึ้นแต่ร่างกายคุณจะแข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วย อย่าลืมนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงนะจ๊ะ

3.ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี เพื่อผิวสวยหน้าใส โดยเลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะกับผิวของตนเอง อย่างเช่น ถ้าเป็นคนผิวมัน ก็ควรเลือกใช้โฟมแบบออยล์คอนโทรล เป็นต้น และไม่ควรหน้าล้างเกินวันละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้นได้

4.ทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังล้างหน้า ไม่จำเป็นต้องเป็นครีมราคาแพง เพื่อเป็นการทดแทนความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปหลังล้างหน้า ในช่วงกลางวันควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมสารกันแดด

5.อย่าขัดหน้าหรือสครับผิวหน้าบ่อยเกินไป แต่ควนหาเวลาว่าง พอกหน้าและขัดหน้าสัปดาห์ละ1ครั้ง เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวหน้าที่ลึกซึ้งมากกว่าการล้างหน้าตามปกติ บำรุงผิวไปในตัว และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นค่ะ เพื่อผิวพรรณที่สวย หน้าใสเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีคะ

6.งดหรือลดดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวพรรณและหน้าใสๆของเรานั้นขาดความสดใส และเกิดริ้วรอยหมองคล้ำได้ง่าย

7.หากคุณเป็นคนชอบแต่งหน้า ควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากผิวหน้าทุกครั้งก่อนล้างหน้า และไม่ควรเข้านอนโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้า ที่สำคัญ ควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ อาจจะสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละ 2 ครั้งก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าใช้งานติดต่อกันนานเป็นปีโดยไม่ซักล้าง เพราะมันสะสมสิ่งสกปรกได้ดีเลยทีเดียว

8.พยายามอย่าเครียด ยิ้มเข้าไว้ ทำใจให้สดชื่น มองโลกในแง่ดี จะช่วยลดความเครียดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวได้ ดังนั้น หันมายิ้มกันเยอะ ๆ

***หากทำครบ 8 ข้อนี้รับรองว่าผิวหน้าของคุณ จะดูใสและอ่อนกว่าวัยแน่นอน
***ขอบพระคุณที่อ่านจนจบ เจ้าของโพสนี้หวังว่า จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านไม่มากก้อน้อย
หากผิดพลาดตรงไหนติชมได้ตามสบายเลยครับเพื่อผมจะได้มาปรับแก่ไขในโพสต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การเริ่มต้นดูแลตัวเอง

เคยเป็นกันไหมคะ บางครั้งเรามองกระจกเห็นตัวเองแล้วแทบร้องกรี้ดเลย เพราะพบว่าทำไมเราถึงโทรมสุดๆ โทรมมากกว่าอายุจริงๆ ได้ขนาดนี้ ผู้หญิงสมัยใหม่ทำงานทั้งนอกบ้านในบ้านควบคู่กันตลอด จนทำให้เราลืมไปเลยว่าเวลาโดยส่วนใหญ่ของเราใช้ไปกับการดูแลสิ่งต่างๆ รอบตัวจนลืมดูแลตัวเองไปเลย พอรู้อย่างนี้แล้วเราจะลืมดูแลตัวเองได้ยังไงกัน ก็ต้องหันมามองตัวเองและให้เวลากับตัวเองมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงน้อยนิดในแต่ละวันแต่ก็จะทำให้เราสวย สดใส ได้เสมอ เรามี เคล็ดลับง่ายๆ มาฝากกันค่ะ -อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกครั้ง อย่าขึ้เกียจเชียว เพราะนี่เป็นตัวการสำคัญทำให้ใบหน้าเหี่ยวเร็ว และเกิดริ้วรอย ไม่อยากแก่ก่อนวัยต้องทำนะ -อย่าลืมดูแลตัวเองโดยการทำเล็บมือและเท้า ให้สวยงาม กรีดกรายได้ เหมือนเราไม่ได้ตรากตรำทำงานหนักมาเลย -ถ้าที่บ้านมีอ่างอาบน้ำ เปิดน้ำอุ่นๆ และหยดกลิ่นลาเวนเดอร์ หรือกลิ่นมินท์แล้วนอนแช่ สัก 20 นาทีจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายหลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อย -บางครั้งถ้าเราไม่มีเวลาดูแลผิวหน้าทุกวันลองหามาร์คสำเร็จรูปหรือมาร์คที่ทำได้เองที่บ้าน พอกหน้าไว้ในช่วงที่นอนแช่น้ำในอ่าง ช่วยให้ประหยัดเวลาได้มาก -อย่าลืมออกกำลังกายวันละนิด จิตแจ่มใส ถึงแม้จะเหนื่อย เมื่อยล้าขนาดไหน สาวๆ ก็ต้องออกกำลังกายสัก 15-20 นาที จะช่วยให้ร่างกายมีเลือดสูบฉีดกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น แถมยังเป็นเวลาที่จะได้ฟังเพลงที่ชอบอีกด้วย -หาเวลาส่วนตัวนั่งดื่มเครื่องดื่มที่ชอบ นั่งหรือนอนดูหนังที่ชอบสักเรื่อง โดยไม่มีใครกวน -ลองเปิดตู้เสื้อผ้า แล้ว mix and match เสื้อผ้าที่มีอยู่ให้เข้าชุดกัน นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในการซื้อเสื้อผ้าใหม่แล้ว ยังช่วยให้คุณได้ลุคใหม่ๆ ไม่ต้องกังวลกับการแต่งตัวซ้ำซากจำเจอีกต่อไป -ลองดื่มไวน์วันละ 1 แก้วหลังจากเด็กๆ ขึ้นนอนแล้ว จะช่วยให้เลือดสูบฉีด กระปรี้กระเปร่า และทำให้หลับสบายตลอดคืน พร้อมตื่นมารับวันใหม่อย่างสดใส -สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ลืมไม่ได้อย่าลืมใส่ใจกับเส้นผมของเราวันไหนว่างมีเวลาสัก 5 นาทีก็บำรุงผมให้สวยเงางามได้เองที่บ้าน วันไหนผมเราจัดทรงได้สวย เข้ารูปไม่กระเซิงเหมือนวิ่งร้อยเมตรมา ลองสังเกตดู-ว่าคนรอบๆ ตัวจะมองว่าเราสวย สดใส เฉิดฉาย และมั่นใจมากขึ้นจริงๆ ผลิตภัณฑ์ที่เราแนะนำให้ลองใช้เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ทำได้เองที่บ้าน ทำแล้วผมสลวยสวยเก๋ เส้นผมแข็งแรงขึ้น จัดทรงง่ายไม่กระเซิงรหว่างวัน -ลองใช้แชมพูแพนทีนคู่กับแพนทีนมากส์ผมดูนะคะ แล้วจะพบว่า ผมสวย ไม่กระเซิง สุขภาพผมดีขึ้นเป็นยังไง -สำหรับสาวๆ ที่ทำสีผมต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าสีผมจะซีดจางอย่างรวดเร็วหรือสีไม่สดใสอีกแล้ว แนะนำแพนทีน โปร-วี คัลเลอร์ แอนด์ เพิร์ม ลาสติ้ง แคร์ ที่จะช่วยปกป้องสีผมได้ยาวนานยิ่งขึ้นถึง 6 สัปดาห์ -ให้ผมดูสวยสดใส เงางามอย่างกับเพิ่งทำสีผมมาใหม่เลย อีกทั้งยังทำเองที่บ้านได้โดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปร้านทำผม